A Conservation Plan for the Restoration and Maintenance of the Our Lady of the Rosary Church

The third and current church building of the Our Lady of the Rosary Church embodies so many aspects of historical, cultural and architectural values. Founded here on the bank of the Chao Phraya River during the fall of the Ayutthaya kingdom by the Catholic Portuguese community, this Church has become as part of the diverse, historic urban community that was once one of the City’s socially, culturally and economically vibrant areas. Indeed, it is an existing evidence of old Bangkok’s social and cultural diversity, which is also associated with events and persons significant in Thailand’s history. Not only is the present church building architecturally noteworthy as one of the existing examples of the Kingdom of Siam’s Neo-Gothic style church building, it is an example of buildings designed by Joachim Grassi, a well- established foreign architect during the King Rama V period.

On the occasion of the 120th anniversary of the current church building at the Our Lady of the Rosary Church in October 2017, the pastoral council has announced the conservation project of this historic church building, in cooperation with the Department of Architecture, Chulalongkorn University, since the beginning of 2016 to set up a conservation plan for the restoration and maintenance of the Our Lady of the Rosary Church. The academic team members for this project were chosen from the Department’s faculty as well as from academics and experts in related fields and have been chaired by Asst. Prof. Wimonrart Issarathumnoon, Ph.D.1 For this project, a conservation plan is to be developed through a historical study, a building survey and documentation (photographs, measurements, and architectural drawings), and a building condition assessment. The project has been mainly funded by the Our Lady of the Rosary Church and partially subsidized by the Department of Architecture. Parts of the project’s work were incorporated into the Department’s courses on building pathology, building survey and condition assessment, and architectural measurements for undergraduate master’s and doctoral students. It is expected that the conservation plan will be finalized by the mid of 2017, and the conservation work of the church is to be started later around the end of 2017.

โบสถ์หลังปัจจุบันของวัดแม่พระลกูประคา (กาลหว่าร์) เป็นโบสถ์หลังที่สามที่สร้างขึ้นทดแทนโบสถ์หลังก่อน ๆ ของวัด และ ถือได้ว่าเป็นอาคารที่มีคณุ ค่าเป็นอย่างมากทั้งในเชิง ประวัติศาสตร์ วฒั นธรรม และ สถาปตั ยกรรม วัดแม่พระลูกประคา (กาลหว่าร์)ถือกาเนิดขึ้นณบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยานี้จากการรวมตัวของชุมชนคาทอลิกตั้งแต่ช่วงปลายสมัยอยุธยา จนกระทั่งวัดนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ชุมชนเมืองที่เคยมีความสาคัญมากแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ถือเป็นแหล่งชุมชนการค้ามีความเจริญทางเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรมแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้โบสถ์หลังนี้ยังเป็นอาคารที่มีคณุค่าทางสถาปัตยกรรมเนื่องด้วยเป็นอาคารที่เป็นตัวอย่างของงานสถาปัตยกรรมในรูปแบบฟื้นฟูศิลปะกอทิก หรือ นีโอกอทิก (Neo-Gothic style) ในราชอาณาจักร รวมทั้งเป็นตัวอย่างผลงานออกแบบ สถาปัตยกรรมของนายโยอาคิมกราสซีสถาปนิกฝรั่งผู้มีผลงานอย่างกว้างขวางในสยามประเทศในช่วงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5

เนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปี ของโบสถ์หลังที่ 3 ของวัดแม่พระลูกประคา (กาลหว่าร์) ในเดือนตลุาคม ค.ศ. 2017 (พ.ศ. 2560) สภาภิบาลวัดแม่พระลูกประคา (กาลหว่าร์) ร่วมกับภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จึงจัดให้มีโครงการอนุรักษ์โบสถ์หลังนี้ขึ้น ตั้งแต่เมื่อต้นปี ค.ศ. 2016 (พ.ศ. 2559) คณะทำงานโครงการการศึกษาแนวทางอนุรักษ์ และปรับปรุงโบสถ์วัดแม่พระลูกประคา(กาลหว่าร์) ได้รับการจัดตั้งขึ้นจากความร่วมมือจากคณาจารย์ในภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญหลายแขนงวิชา โดยมี ผศ.ดร. วิมลรัตน์ อิสระธรรมนูญ เป็นหัวหน้าโครงการ 2

ในการนี้ภาควิชาสถาปัตยกรรมจึงได้ทาการศึกษาและวางแผนการอนุรักษ์โบสถ์หลังนี้ ผ่านกระบวนการในการศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ การสารวจและเก็บข้อมูลอาคาร (ด้วยการถ่ายภาพ การรังวัดและการเขียนแบบสถาปัตยกรรม) และการประเมินสภาพอาคาร โดยได้ใช้การศึกษานี้เป็นหนึ่งในการเรียนการสอนวิชาการวินิจฉัยสภาพอาคารและวิชาการสำรวจสภาพอาคารและบริเวณ สำหรับนิสิตในระดับปริญญาตรี โท และเอก โครงการได้รับเงินสนับสนุนส่วนหนึ่งจากโบสถ์วัดแม่ พระลูกประคา และส่วนหนึ่งจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ คาดว่าการศึกษาจะแล้วเสร็จกลางปี ค.ศ. 2017 (พ.ศ. 2560) และงานบูรณะอาคารจะมีขึ้นในช่วงปลายปี ค.ศ. 2017 (พ.ศ. 2560)

รายละเอียดโครงการ
แบบแสดงรหัสองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม
แบบแสดงภาพหุ่นจำลองสามมิติ